เวลา

Fadian

Fadian
นางสาวฟาร์เดียน ดะมะ นักศึกษาสาขาปฐมวัย

Search This Blog

Monday, October 24, 2022

การเรียนรู้ที่ 15 🧸



    
  





            วันนี้อาจารย์ ให้นักเรียน เขียนสรุปจากที่เรียนมา ว่าจากที่เรียนมานักเรียนได้เรรยนในเนื้อหาอะไรมาบ้าง  แล้วเอาความรู้ที่ได้มาไปใช้ทักษะในการใช้ชีวิตแบบไหน ที่ทำเป็นประจำ ทัศนะคติของเราแบบไหนถึงทำให้เราอยากมาเรียนในทุกๆวัน พอเสร็จแล้วอาจารย์ก็ให้ส่ง แล้วให้นักเรียนยกตัวอย่างการใช้สื่อการสอนของในบ้าน สอนลูกเพื่อเรียน แล้วแสดงบทบาทหน้าห้อง  แสดงบทบาทเสร็จ อาจารย์ให้เด็กนักเรียน ยกตัวอย่างเพลงที่ใช้ในการสอนเด็กอนุบาล การใช้เสียง ท่าทางประกอบว่าเป็นแบบไหน แล้วก็ร้องให้อาจารย์ฟังคะ

การเรียนรู้ที่ 16 🌹

     


    วันนี้ได้มีการพูดคุยทบทวนเกี่ยวกับสิ่งที่เคยเรียนไปและบอกถึงแนวข้อสอบว่าจะออกประมาณไหนบ้างแบบคร่าวๆ และได้มีการทบทวนเรื่อง พัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดยการให้ทำแผนผังความคิดเป็นรายบุคคล ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อด้วยกัน คือ พัฒนาการด้านร่างกาย พัฒนาการด้านสติปัญญา พัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ และพัฒนาการด้านสังคม โดยให้เขียนแยกเป็นทฤษฎีของบุคคลหลักๆที่ควรรู้ 

การเรียนรู้ที่ 14 ❤️

 




วันนี้อาจารย์ให้นักเรียนจับคู่ แล้วให้ช่วยกันหา 

พัฒนาการด้านร่างกายทฤษฎีของ (gesall)

พัฒนาการด้านสติปัญญาทฤษฎีของ (Piaget )

พัฒนาการด้านอารมณ์ทฤษฎีของ(Kohlberg)

พัฒนาการด้านสังคมทฤษฎีของ (erikson)

การเรียนรู้ที่ 13 🌺

  วันนี้อาจารย์ให้จับกลุ่มทำงานในหัวข้อ ลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ว่าควรที่จะมีลักษะอย่างไรบ้าง  คือ ลักษณะด้านความรู้ ก็คือ 3R และ ลักษณะด้านอารมณ์ ก็คือ 8C จากการทำสรุปข้อมูลลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ก็คือ 3R8C 


                                                                                                                                                                                               


   

3R

  1.   Reading : อ่านออก
  2.   WRiting : เขียนได้
  3.   ARithmetic : คิดเลขเป็น


     8C 

  1.     Critical thinking and problem solving : ทักษะการคิดวิเคราะห์ อย่างมีวิจารณญาณและสามารถแก้       ปัญหา      ได้
  2.     Creativity and innovation : ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์และการคิดเชิงนวัตกรรม
  3.     Cross-cultural understanding : ความเข้าใจในความแตกต่างและกระบวนการคิดของแต่ละวัฒนธรรม
  4.     Collaboration teamwork and leadership : ความสามารถในการร่วมมือกันทำงานเป็นทีม และมีภาวะ       ความ        เป็นผู้นำ
  5.     Communication information and media literacy : ทักษะในการสื่อสารข้อมูล และการรู้เท่าทันสื่อ
  6.     Computing and IT literacy : ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และความเข้าใจในเทคโนโลยี
  7.     Career and learning skills : ทักษะด้านอาชีพและความสามารถในการเรียนรู้
  8.     Compassion : ความมีเมตตากรุณา มีคุณธรรม รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมไปถึงการมีระเบียบวินัย

การเรียนรู้ 12 🌼

                                           รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแนวคิดของ Daina Buamrind 


               หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ คือ การอบรมเลี้ยงดูที่เด็ก ได้รับจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองมิติสำคัญในการอธิบายพฤติกรรมของบิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรว่าประกอบด้วย 2 มิติ คือ 1) มิติควบคุมหรือเรียกร้องจากบิดามารดา และ 2) มิติการตอบสนองความ รู้สึกเด็กจากการผสมผสาน 2 มิติ ทำให้ Baumrind จัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ คือ 1) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (ควบคุมและตอบสนองความรู้สึกเด็ก) 2) รูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (ควบคุมแต่ไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) และ 3) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบตามใจ (ไม่ควบคุมแต่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก)ในมุมมองของนักจิตวิทยาส่วนใหญ่ต่างเห็น พ้องต้องกันว่า การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม และ 2) ปัจจัยด้านสภาพ แวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความ สามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วน สภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้น เร็วหรือล่าช้าได้ 2) กล่าวถึงพัฒนาการเด็กที่ดีว่า เริ่มต้นจาก ครอบครัว เด็กจะเติบโตมีคุณภาพชีวิตและ บุคลิกภาพเช่นไร จะเป็นคนดีมุ่งทำประโยชน์แก่ สังคมหรือจะเป็นคนด้อยสมรรถภาพ สร้างปัญหา แก่ตนและสังคม ส่วนหนึ่งย่อมขึ้นอยู่กับสภาพ ครอบครัวและวิธีการอบรมเลี้ยงดูจากบุคคลใน ครอบครัวเป็นสำคัญ

              Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น      2 มิติ 1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand) คือ การที่บิดามารดา กำหนดมาตรฐานสำหรับเด็กและเรียกร้องให้เด็กทำ ตามมาตรฐานที่บิดามารดาได้กำหนดไว้        2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive) คือ การที่บิดามารดาหรือผู้ดูแลเด็ก              ตอบสนองต่อความต้องการของเด็กซึ่งบิดามารดา บางคนจะยอมรับ เข้าใจ และตอบสนองความ ต้องการของเด็กด้วยดี Baumrind (1971) ได้ผสมผสาน 2 มิติ ดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้                      

 1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style) คือ การอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดาสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการ ตามวุฒิภาวะของเด็ก โดยที่บิดามารดาจะอนุญาต ให้เด็กมีอิสระตามควรแก่วุฒิภาวะ                                      

 2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style) คือ การอบรมเลี้ยงดูที่บิดามารดามีความเข้มงวดเรียกร้องสูง แต่ ไม่ตอบสนองความต้องการของเด็กโดยสิ้นเชิง  

3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style) คือ การอบรมเลี้ยง ดูที่บิดามารดาปล่อยให้เด็กทำสิ่งต่างๆ ตามการ ตัดสินใจของเด็กโดยไม่มีการกำหนดขอบเขต  

4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved)