เวลา
Fadian
นางสาวฟาร์เดียน ดะมะ นักศึกษาสาขาปฐมวัย
Search This Blog
Monday, October 24, 2022
การเรียนรู้ที่ 16 🌹
วันนี้ได้มีการพูดคุยทบทวนเกี่ยวกับสิ่งที่เคยเรียนไปและบอกถึงแนวข้อสอบว่าจะออกประมาณไหนบ้างแบบคร่าวๆ และได้มีการทบทวนเรื่อง พัฒนาการของเด็กปฐมวัย โดยการให้ทำแผนผังความคิดเป็นรายบุคคล ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อด้วยกัน คือ พัฒนาการด้านร่างกาย พัฒนาการด้านสติปัญญา พัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ และพัฒนาการด้านสังคม โดยให้เขียนแยกเป็นทฤษฎีของบุคคลหลักๆที่ควรรู้


การเรียนรู้ที่ 14 ❤️
วันนี้อาจารย์ให้นักเรียนจับคู่ แล้วให้ช่วยกันหา
พัฒนาการด้านร่างกายทฤษฎีของ (gesall)
พัฒนาการด้านสติปัญญาทฤษฎีของ (Piaget )
พัฒนาการด้านอารมณ์ทฤษฎีของ(Kohlberg)
พัฒนาการด้านสังคมทฤษฎีของ (erikson)
การเรียนรู้ที่ 13 🌺
วันนี้อาจารย์ให้จับกลุ่มทำงานในหัวข้อ ลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ว่าควรที่จะมีลักษะอย่างไรบ้าง คือ ลักษณะด้านความรู้ ก็คือ 3R และ ลักษณะด้านอารมณ์ ก็คือ 8C จากการทำสรุปข้อมูลลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ก็คือ 3R8C
3R
- Reading : อ่านออก
- WRiting : เขียนได้
- ARithmetic : คิดเลขเป็น
8C
- Critical thinking and problem solving : ทักษะการคิดวิเคราะห์ อย่างมีวิจารณญาณและสามารถแก้ ปัญหา ได้
- Creativity and innovation : ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์และการคิดเชิงนวัตกรรม
- Cross-cultural understanding : ความเข้าใจในความแตกต่างและกระบวนการคิดของแต่ละวัฒนธรรม
- Collaboration teamwork and leadership : ความสามารถในการร่วมมือกันทำงานเป็นทีม และมีภาวะ ความ เป็นผู้นำ
- Communication information and media literacy : ทักษะในการสื่อสารข้อมูล และการรู้เท่าทันสื่อ
- Computing and IT literacy : ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และความเข้าใจในเทคโนโลยี
- Career and learning skills : ทักษะด้านอาชีพและความสามารถในการเรียนรู้
- Compassion : ความมีเมตตากรุณา มีคุณธรรม รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมไปถึงการมีระเบียบวินัย
การเรียนรู้ 12 🌼
รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแนวคิดของ Daina Buamrind
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ คือ การอบรมเลี้ยงดูที่เด็ก ได้รับจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองมิติสำคัญในการอธิบายพฤติกรรมของบิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรว่าประกอบด้วย 2 มิติ คือ 1) มิติควบคุมหรือเรียกร้องจากบิดามารดา และ 2) มิติการตอบสนองความ รู้สึกเด็กจากการผสมผสาน 2 มิติ ทำให้ Baumrind จัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ คือ 1) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (ควบคุมและตอบสนองความรู้สึกเด็ก) 2) รูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (ควบคุมแต่ไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) และ 3) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบตามใจ (ไม่ควบคุมแต่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก)ในมุมมองของนักจิตวิทยาส่วนใหญ่ต่างเห็น พ้องต้องกันว่า การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม และ 2) ปัจจัยด้านสภาพ แวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความ สามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วน สภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้น เร็วหรือล่าช้าได้ 2) กล่าวถึงพัฒนาการเด็กที่ดีว่า เริ่มต้นจาก ครอบครัว เด็กจะเติบโตมีคุณภาพชีวิตและ บุคลิกภาพเช่นไร จะเป็นคนดีมุ่งทำประโยชน์แก่ สังคมหรือจะเป็นคนด้อยสมรรถภาพ สร้างปัญหา แก่ตนและสังคม ส่วนหนึ่งย่อมขึ้นอยู่กับสภาพ ครอบครัวและวิธีการอบรมเลี้ยงดูจากบุคคลใน ครอบครัวเป็นสำคัญ
Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ 1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand) คือ การที่บิดามารดา กำหนดมาตรฐานสำหรับเด็กและเรียกร้องให้เด็กทำ ตามมาตรฐานที่บิดามารดาได้กำหนดไว้ 2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive) คือ การที่บิดามารดาหรือผู้ดูแลเด็ก ตอบสนองต่อความต้องการของเด็กซึ่งบิดามารดา บางคนจะยอมรับ เข้าใจ และตอบสนองความ ต้องการของเด็กด้วยดี Baumrind (1971) ได้ผสมผสาน 2 มิติ ดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style) คือ การอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดาสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการ ตามวุฒิภาวะของเด็ก โดยที่บิดามารดาจะอนุญาต ให้เด็กมีอิสระตามควรแก่วุฒิภาวะ
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style) คือ การอบรมเลี้ยงดูที่บิดามารดามีความเข้มงวดเรียกร้องสูง แต่ ไม่ตอบสนองความต้องการของเด็กโดยสิ้นเชิง
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style) คือ การอบรมเลี้ยง ดูที่บิดามารดาปล่อยให้เด็กทำสิ่งต่างๆ ตามการ ตัดสินใจของเด็กโดยไม่มีการกำหนดขอบเขต
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved)





